Home > Teacher Problem > ผู้เรียนขาดความสนใจหรือแรงบันดาลใจในการเรียน > ผู้เรียนไม่รู้ว่าบรรยากาศในห้องเรียนเป็นตัวสนับสนุนการเรียนอย่างหนึ่ง
ผู้เรียนไม่รู้ว่าบรรยากาศในห้องเรียนเป็นตัวสนับสนุนการเรียนอย่างหนึ่ง

แรงจูงใจของผู้เรียนในการพยายามหรือต่อสู้กับการเรียนส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบรรยากาศภายในห้องเรียน ทั้งสิ่งแวดล้อมทางปัญญา สังคม อารมณ์ และร่างกายรวมกัน หากผู้เรียนอยู่ในบรรยากาศที่สนับสนุนการเรียนรู้และรู้สึกถึงบรรยากาศเหล่านั้นได้ ผู้เรียนก็จะมีแรงจูงใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน หากผู้เรียนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนและรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนกลุ่มน้อยในห้องเพราะบรรยากาศการเรียนหรือเพราะเนื้อหาการเรียน ก็จะทำให้พวกเขาไม่มีแรงจูงใจหรือรู้สึกไม่กระตือรือร้นต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน ถึงแม้ว่าผู้สอนจะไม่สามารถวบคุมตัวแปรทุกอย่างในการสร้างบรรยากาศภายในห้องเรียนได้ แต่ผู้สอนก็เป็นกำลังหลักในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในห้องเรียน โดยเฉพาะในวิชาหรือหลักสูตรที่สามารถหาโอกาสในการเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เรียนได้

คำค้นหา :
แนวทางแก้ปัญหาที่ 1 : ใช้แผนการสอนหรือคาบแรกของหลักสูตรในการสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนการเรียน

ผู้เรียนจะมีความประทับใจอย่างไรกับคลาสเรียนนั้นๆ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแผนการสอนที่แจกให้พวกเขาและคาบแรกของการเรียนในเทอมนั้นด้วย ลองคิดตามเช่น ระหว่างแผนการสอนที่เน้นการนำเสนอบทลงโทษและคำเตือน กับแผนการสอนที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนที่นำเสนอด้วยโทนที่เป็นมิตร แนะนำกลยุทธ์การเรียนและเสนอให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมที่จะคว้าโอกาสในวันแรกของการเปิดเทอมและใบแผนการสอนให้เป็นการปูทางไปสู่บรรยากาศห้องเรียนี่ดีและเสริมสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนพยายามกับการเรียน ลองตรวจสอบภาษาที่ใช้ในใบแผนการสอนของคุณว่ามีจุดประสงค์ที่ชัดเจนหรือไม่ และข้อมูลที่เหมาะสมหรือยัง รวมถึงวางแผนกิจกรรมในคาบเรียนแรกที่จะช่วยสร้างความสามัคคีและความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวกันของผู้เรียน


Application(s) ที่แนะนำสำหรับแก้ปัญหาที่ 1 :
แนวทางแก้ปัญหาที่ 2 : ให้เกียรติผู้เรียนในฐานะบุคคลคนหนึ่ง

หากผู้เรียนรู้สึกถึงการยอมรับและการได้รับการยอมรับแล้ว นั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้กับผู้เรียนได้ พวกเขาจะสนใจคลาสมากขึ้น เตรียมตัว เข้าเรียน และขอความช่วยเหลือจากคุณหรือคนอื่นๆในการเรียนมากกว่าที่จะถอนตัวหรือยอมแพ้ไปในเวลาที่พวกเขารู้สึกว่าตามคนอื่นไม่ทัน มีหลายวิธีที่จะแสดงออกว่าคุณยอมรับในตัวผู้เรียน เช่น การจำชื่อพวกเขาและเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชั้นได้รู้จักกัน ซักถามเกี่ยวกับวิชาอื่นๆที่เรียนหรือความสนใจส่วนตัว หรือการชักชวนให้เข้ามาพูดคุยกันในช่วงเวลาราชการ ถ้าเป็นไปได้ คุณสามารถเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษากับผู้เรียนนอกเวลาเรียนก็ได้ ( เช่น การผลิตเพลงหรือภาพยนต์ การแข่งกีฬา) การจดจำชื่อหรือสร้างความสัมพันธ์กับผู้เรียนในห้องเรียนขนาดใหญ่เป็นเรื่องยากกว่าห้องเรียนขนาดเล็ก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ผู้สอนบางคนให้ผู้เรียนติดชื่อของตัวเองไว้บนโต๊ะ หรือการนัดพบผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็กๆนอกเวลาเรียน หรือไม่ก็รวบรวมข้อมูลภูมิหลังและสิ่งที่ผู้เรียนสนใจไว้

แนวทางแก้ปัญหาที่ 3 : ตั้งเป้าที่จะสร้างหลักสูตรให้มีเนื้อหาครอบคุลม

ระดับการศึกษา(ที่ผู้เรียนรู้สึกยินดีและยอมรับในหลักสูตรหรือสาขาวิชา)มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจของผู้เรียน ดังนั้น เราต้องพิจารณาวาเนื้อหาของคอร์สเรียนครอบคลุมอย่างพอดี (เช่น หัวข้อที่เรียนอยู่ การอ่าน กิจกรรม ตัวอย่าง ตรรกะที่ใช้) ตัวอย่างเช่น อาจารย์ที่สอนเรื่องประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐานของมนุษย์อาจเลือกเนื้อหาเกี่ยวกับความหลากหลายของความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อให้ผู้เรียนที่คิดต่างในเรื่องการเมืองได้มีโอกาสในการถกเถียงประเด็กเดียวกัน หรือผู้สอนด้านสถิติอาจหลีกเลี่ยงการยกตัวอย่างที่เจาะเฉพาะกลุ่มผู้เรียนบางกลุ่ม เช่น เรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลหรือเบสบอล ถึงแม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นการออกนอกเรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม การทบทวนดูเนื้อหาการเรียนในหลักสูตรของคุณและตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีข้อความที่เป็นการลดแรงจูงใจผู้อื่นทั้งที่อยู่ในคอร์สหรือไม่อยู่คอร์สซ่อนอยู่โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

แนวทางแก้ปัญหาที่ 4 : ทัศคติของคุณอาจเป็นการลดแรงจูงใจของผู้เรียน

ทัศคติของเราที่มีต่อผู้เรียนจะส่งผลต่อการกระทำที่เราแสดงออกต่อพวกเขา และนั่นย่อมมีผลต่อแรงจูงใจของพวกเขาด้วยในการเรียนด้วยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การจะตั้งทัศคติต่อใครควรพิจารณาให้รอบคอบโดยอาศัยหลักฐานด้วย จริงอยู่ที่ทัศคติย่อมมีได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ ตัวอย่างเช่น หากเราตั้งแง่ว่าผู้เรียนกลุ่มหนึ่งจะต้องเผชิญกับการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษและพวกเขาน่าจะถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีหรืออย่างล้ำลึกแน่ๆ ก็จะเป็นการทำให้พวกเขารู้สึกท้อใจได้เช่นกัน หรือการที่ตั้งแง่ว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นๆจะต้องเรียนคณิตศาสตร์ได้ดีกว่าเด็กกลุ่มนี้ ก็จะยิ่งเป็นการลดแรงจูงใจของพวกเขาไปอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือแต่รู้สึกไม่สบายใจที่จะร้องขอความช่วยเหลือเหล่านั้น

แนวทางแก้ปัญหาที่ 5 : สร้างกฎพื้นฐานที่ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน

ความเครียด ความขัดแย้ง และความไม่สุภาพในห้องเรียนอาจทำให้แรงจูงใจลดลงได้ ผู้เรียนอาจบาดหมางกับคนอื่นด้วยการเลือกใช้คำพูดของพวกเขา (เช่น "ถามอะไรโง่ๆ!") โทนเสียง ( เช่น น้ำเสียงถากถางหรือดูถูก) และภาษากาย (เช่น การกลอกตาหรือยิ้มเยาะ) ดังนั้น การสร้างกฎที่เหมาะสมในการปฏิสัมพันธ์กันภายในห้อง โดยเฉพาะในการอภิปราย ในห้องแลป หรือในสตูดิโอที่ผู้เรียนมีการปฎิสัมพันธ์กันมากๆ กฎพื้นฐานนั้นต้องตั้งอยู่บนความตั้งใจของคุณเช่น ความสุภาพ หรือการแลกเปลี่ยนผลผลิตทางความคิดกัน เช่นให้ผู้เรียนแต่ละคนตั้งความคิดของตนเอง แลกเปลี่ยนกัน รับฟังกัน ไม่ขัดจังหวะกัน อ้างถึงกันโดยการเอ่ยชื่อ และวิจารย์กันที่ความคิดไม่ใช่บุคคล ในการสนับสนุนให้ผู้เรียนทำตามกฎพื้นฐานนั้น หลายๆคณะใช้มาตราการทำข้อตกลงร่วมกันโดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม แต่ต้องจำไว้ว่าการสร้างกฎพื้นฐานอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ คุณต้องย้ำเตือนพวกเขาอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับกฎและการกระทำที่ถือเป็นการละเมิดกฎเหล่านั้น

แนวทางแก้ปัญหาที่ 6 : สนับสนุนการสอน

สร้างบรรยากาศในห้องเรียน ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี


Application(s) ที่แนะนำสำหรับแก้ปัญหาที่ 6 :
User Comments
Thanks for the tips. They are really useful!!!
by : suksan.pro at : 04 August 2016

Very welcome Khun Suksan.pro. Would you like to share any story about your class? We would love to hear from you :P
by : ets at : 06 January 2017


Technology Integration For Effective Learning Laboratory 8th floor, Classroom Building 4 (CB4)
126 Pracha-Utid rd, Bangmod, Toongkru, Bangkok, Thailand. 10140
Tel. 0-2470-8478, Fax 0-2470-8476, ets@mail.kmutt.ac.th