Home > Teacher Problem > ผู้เรียนขาดความสนใจหรือแรงบันดาลใจในการเรียน > รางวัลที่จัดสรรไม่ดีจะเป็นตัวลดความกระตือรือร้นของผู้เรียน
รางวัลที่จัดสรรไม่ดีจะเป็นตัวลดความกระตือรือร้นของผู้เรียน

รูปแบบและการแบ่งรางวัลในคอร์สเรียนเป็นได้ทั้งตัวเพิ่มและลดความพยายามของผู้เรียนในหลายๆทาง ข้อแรก ผู้เรียนอาจจะสูญเสียแรงจูงใจที่จะทำงานหากพวกเขารู้สึกว่าผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่ากับเวลาและความพยายามที่ต้องจ่ายไป เช่น ผู้เรียนจะไม่อยากอ่านหนังสือหากเนื้อหาในนั้นไม่สามารถนำไปใช้ในการสอบหรือรายงานได้ ข้อที่สอง ผู้เรียนอาจจะไม่ทุ่มเทกับการบ้านหากคะแนนที่พวกเขาจะได้รับไม่คุ้มกับเวลาและความพยายาม ข้อสาม ผู้เรียนอาจจะไม่สนใจบางองค์ประกอบของงานที่ได้รับหากส่วนนั้นไม่มีผลตอบแทน (เช่น ผู้เรียนจะไม่สนใจเรื่องแนวคิดของเรื่องที่นำมาเขียนเรียงความ หากคะแนนขึ้นอยู่กับโครงสร้างและไวยากรณ์เท่านั้น) นอกจากนี้ โครงสร้างของคะแนนก็เป็นตัวกำหนดความพยายามได้ เช่น หากผู้สอนไม่กำหนดความแตกต่างของประสิทธิภาพที่ดีกับไม่ดีให้ชัดเจน ผู้เรียนก็จะไม่มีแรงจูงใจที่จะก้าวไปยืนอยู่ในโซนที่ผลงานดีให้ได้ เช่นเดียวกัน หากผู้เรียนรู้สึกว่าเกรดที่พวกเขาได้ไม่ยุติธรรมหรือมีที่มาไม่ชัดเจน พวกเขาก็จะไม่มีแรงจูงใจในการทำงานใดๆ

คำค้นหา :
แนวทางแก้ปัญหาที่ 1 : เพิ่มและเน้นการเชือมโยงของส่วนที่มีคะแนนและไม่มีคะแนน

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ผู้เรียนจะมีแรงจูงใจในการตั้งใจเรียนคาบที่พวกเขารู้ว่ามันจะมีผลต่อการสอบ หรือตั้งใจอ่านหนังสือที่พวกเขารู้ว่ามันจะช่วยให้พวกเขาเขียนรายงานได้ดีขึ้น ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะต้องทำให้แต่ละส่วนของคาบเรียนของคุณสอดคล้องกัน ดังนั้นทักษะหรือความรู้ที่ผู้เรียนได้รับในการทำงานที่ลงทุนต่ำ (เช่น ตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ หรือแก้โจทย์การบ้าน) ก็ต้องนำไปสู่คะแนนได้ด้วย และแน่นอนว่าการสอบหรือการทำงานที่ต้องลงทุนสูงก็ด้วยเช่นกัน และเป็นไปได้ที่ผู้เรียนจะไม่เห็นว่าสิ่งที่เขาทำมีประโยชน์ต่อส่วนไหนในคลาสเรียน ดังนั้น ชี้ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยเขาในส่วนใดบ้าง เช่น ไฟนอลโปรเจคต้องการความสามารถด้านการอ่านที่ครอบคลุมอย่างไร หรือ การทำการบ้านจะช่วยให้พวกเขาแก้ปัญหาในข้อสอบได้เร็วและง่ายขึ้นอย่างไร

แนวทางแก้ปัญหาที่ 2 : ให้น้ำหนักกับคะแนนในการทำงานเพื่อให้พวกเขาทุ่มเทกับงาน

หากเวลาและความพยายามที่พวกเขามอบให้งานแต่ละชิ้นไม่คุ้มค่ากับคะแนนที่ได้ ผู้เรียนจะหมดแรงจูงใจในการพยายามทำต่อไป เป็นเรื่องสำคัญที่จะพิจารณาว่าโครงสร้างเกรดของคุณตอบแทนงานของผู้เรียนได้เหมาะกับที่เขาต้องใช้ความสามารถหลายๆด้านหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานแต่ละชิ้นต้องมีคะแนนสูงเพื่อให้ผู้เรียนต้องตั้งใจอย่างมาก เช่น งานที่ไม่ยากแต่มีบ่อยๆเช่นการทำแบบทดสอบ หรือการเขียนรายงาน มีผลต่อแรงจูงใจของผู้เรียนในการอ่านหรือฝึกการเขียนสรุปได้ เป้าหมายของการออกแบบโครงสร้างคะแนนให้ดีก็เพื่อเพิ่มความสมดุลระหว่างความพยายามกับผลลัพธ์ในแง่ของการเพิ่มแรงจูงใจมากกว่าจะให้ผู้เรียนท้อแท้กับความพยายาม

แนวทางแก้ปัญหาที่ 3 : ให้รางวัลกับลักษณะงานของผู้เรียนที่คุณอยากเห็น

บางครั้งผู้สอนคิดว่าจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนด้วยการให้กระทำอย่างหนึ่งในขณะที่ให้รางวัลอย่างอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ผู้สอนสั่งงานที่ให้ผู้เรียนต้องลองเสี่ยง แต่กลับลงโทษหากทำผิดพลาด ผู้เรียนก็จะมุ่งไปที่การลดความผิดพลาดด้วยการเสี่ยงให้น้อยลงแทน หรือหากผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนทำงานเป็นทีมและเรียนรู้การการทำงานร่วมกับผู้อื่น แต่กลับไม่ให้คะแนนในส่วนนี้ (ให้คะแนนเพียงผลงานของกลุ่ม)ผู้เรียนก็จะไม่สนใจทักษะการทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้น ต้องพิจารณาด้วยว่าคะแนนที่คุณให้เหมาะสมกับผลลัพธ์ที่คุณต้องการหรือไม่ เช่น หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม คุณต้องลดคะแนนของงานที่สำเร็จให้น้อยลงแล้วให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานในทีมด้วย (เช่น การทำงานร่วมกัน ประสิทธิภาพการสื่อสาร หรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการทำงาน)

แนวทางแก้ปัญหาที่ 4 : กำหนดให้ชัดเจนและให้รางวัลกับสิ่งที่ดี

หากให้รางวัลกับผู้เรียนทุกคนที่ทำงานโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพงาน นั่นจะทำให้แรงจูงใจของนักเรียนที่เก่งลดลง ลองคิดดูว่า หากผู้สอนยอมรับทั้งคำตอบที่รู้จริงและคำตอบที่รู้ไม่จริงของผู้เรียนโดยไม่แบ่งแยกใดๆ เมื่อเวลาผ่านไป ความผิดพลาดในการแยกแยะระดับประสิทธิภาพการทำงานนี้จะเป็นตัวบ่อนทำลายผู้เรียนระดับสูง (ผู้ที่รู้สึกว่าความรู้ของพวกเขาไม่ได้เป็นที่ต้องการ) เช่นเดียวกับที่ทำลายผู้เรียนระดับต่ำ (ผู้ที่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ในการแข่งขัน) วิธีหนึ่งที่สำคัญในการจูงใจผู้เรียนคือการตั้งมาตราฐานของผลงานที่ดีและประเมินผลงานผู้เรียนตามมาตราฐานที่ตั้งไว้ รวมถึงให้คำแนะนำกับผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาตนเอง เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนจะเป็นเครื่องมือในการสอนที่ช่วยได้มาก เช่น เกณฑ์การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนที่จะระบุลักษณะความร่วมมือในชั้นเรียนที่พึงประสงค์ (เช่น การคิด การมีส่วนร่วมในการพัฒนาความคิดร่วมกัน) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนที่มีคุณภาพสูงกับผู้เรียนที่มีคุณต่ำแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน การแบ่งกลุ่มของผู้เรียนให้ชัดเจนและให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือแก่ผู้เรียนที่ต้องการ จะเป็นการให้ผู้สอนจูงใจผู้เรียนไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ด้วย

แนวทางแก้ปัญหาที่ 5 : ยุติธรรม โปร่งใส และให้คะแนนอย่างสม่ำเสมอ

หากผู้เรียนไม่เข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนของผู้สอนหรือคิดว่าเกณฑ์เหล่านั้นไม่ยุติธรรม หรือไม่มีที่มา อาจส่งผลต่อผู้เรียนอย่างมากในการสูญเสียแรงจูงใจที่จะทำผลงานออกมาให้ดี ไม่ใช่เพียงกับผู้เรียนที่ทำงานดีแต่ได้คะแนนน้อยเท่านั้น แม้แต่กับผู้เรียนที่ไม่ตั้งใจทำงานแต่ได้คะแนนดีก็ด้วย เพราะพวกเขาจะไม่เข้าใจว่าจะพยายามไปทำไมในเมื่อไม่รู้ว่าคะแนนมาจากไหน ดังนั้น ผู้สอนต้องให้ความสำคัญกับการอธิบายที่มาของคะแนนต่างๆหรือเกรดให้ผู้เรียนเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพผลงานที่มีระดับต่างกัน ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของตามเกณฑ์นั้น กำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ชัดเจน และหาวิธีทำให้ความพยายามแปรรูปออกเป็นผลงานที่มีคุณค่าให้ได้ เกณฑ์การตัดสินที่แน่นอนจะช่วยคุณในการสื่อสารกับผู้เรียนเรื่องคะแนนได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความแตกต่างของเกรดที่ได้รับรวมถึงมีแรงจูงใจในการทำงานชิ้นต่อไปด้วย

User Comments

Technology Integration For Effective Learning Laboratory 8th floor, Classroom Building 4 (CB4)
126 Pracha-Utid rd, Bangmod, Toongkru, Bangkok, Thailand. 10140
Tel. 0-2470-8478, Fax 0-2470-8476, ets@mail.kmutt.ac.th